เป็นแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรม ที่อธิบายสั้นๆ ได้ว่าคือ "การออกแบบเปลือกอาคารที่จงใจไม่ทำตัวให้เด่น" ครับ
มันคือปรัชญาที่สวนทางกับการออกแบบห้างสรรพสินค้าหรืออาคารพาณิชย์ในยุคเก่า ที่พยายาม "ตะโกน" แข่งกันด้วยความอลังการ
ลักษณะสำคัญของ "The Anti-Facade"แทนที่จะใช้...ป้ายโลโก้ขนาดมหึมา
จอ LED สว่างจ้ารูปทรงตึกที่ล้ำโลกจนแปลกแยกวัสดุแวววาวที่ดูหรูหราการกลมกลืน (Blend-in)
พยายามออกแบบตัวอาคารให้ "หาย" หรือกลมกลืนไปกับบริบทรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ (เช่น ใช้ไม้, ปลูกต้นไม้คลุมตึก) หรือชุมชน (เช่น ใช้อิฐหรือวัสดุที่เหมือนบ้านคนในย่านนั้น)
ใช้สีที่เรียบง่าย (Earthy Tones), ใช้วัสดุที่แสดงเนื้อแท้ (เช่น ปูนเปลือย, ไม้, หิน) และไม่พยายามดึงดูดสายตาด้วยความฉูดฉาด
เปลี่ยนจาก "ป้ายโฆษณา" มาเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ที่น่าใช้งาน เช่น การออกแบบฟาซาดชั้นล่างให้เป็นมิตรต่อคนเดินเท้า, มีที่นั่ง, หรือมีพื้นที่สีเขียวที่คนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้จริง
คำถามที่พบบ่อยเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทวันน์สยาม
เพราะฟาซาดทำหน้าที่เหมือน "ผิวหนัง" ของสิ่งมีชีวิต ที่คอยปกป้องร่างกายจากสภาพแวดล้อม บทความของเราอธิบายว่าฟาซาดที่ดีต้อง "หายใจได้" (ระบายอากาศ) "กันร้อนได้" (กรองแสง UV) และ "สวยงาม" เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย นี่คือหัวใจของการออกแบบ Smart Skin
จริงครับ ในบทความเทคนิคเราอธิบายถึงหลักการ Air Gap หรือช่องว่างอากาศระหว่างฟาซาดกับผนังอาคาร ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนธรรมชาติ ช่วยลดอุณหภูมิผิวผนังอาคารได้จริง ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักน้อยลงและประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว
บทความของเราชี้ให้เห็นว่า ฟาซาดคือ "ความประทับใจแรกพบ" (First Impression) สำหรับธุรกิจคลินิก ความสะอาด ความทันสมัย และความเป็นส่วนตัวที่สื่อออกมาผ่านฟาซาด ช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือ (Trust) ให้กับลูกค้าตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าร้าน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการอย่างมาก
เราแนะนำให้เลือกวัสดุตามบริบท แต่เน้นย้ำเรื่อง "วัสดุที่ไม่เป็นสนิมและดูแลรักษาง่าย" เช่น อลูมิเนียม หรือตะแกรงเหล็กฉีกทำสี Powder Coat เกรดภายนอก เพราะเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่อยู่ได้ยาวนาน คุ้มค่ากว่าการใช้วัสดุราคาถูกแต่ต้องซ่อมแซมบ่อยๆ