เทรนด์การสร้างบ้าน คาเฟ่ หรือออฟฟิศด้วย "กระจกบานใหญ่" (Curtain Wall) กำลังมาแรงมากครับ
เพราะดูโปร่ง โมเดิร์น และหรูหรา แต่ปัญหาที่ตามมาคือ "ปรากฏการณ์เรือนกระจก" (Greenhouse Effect)
เมื่อรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ทะลุกระจกเข้ามา มันจะสะสมอยู่ข้างในและระบายออกไม่ได้
หลายคนพยายามแก้ด้วยการติดฟิล์มหรือรูดม่านทึบ ซึ่งทำให้สูญเสียจุดเด่นของกระจกไป
วันนี้ วันน์สยาม (Onesiam) จะมาเผยวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยงาน Facade ครับ
ทำไม "ม่านและฟิล์ม" ถึงเอาไม่อยู่? ทำไมต้อง Facade?
ความเข้าใจผิด: หลายคนคิดว่าการรูดม่านกัน UV หรือติดฟิล์มดำๆ จะช่วยให้ห้องเย็นลงได้
ความจริงทางวิศวกรรม: ม่านและฟิล์มติดตั้งอยู่ "ด้านในอาคาร" ครับ นั่นหมายความว่า ความร้อนได้พุ่งทะลุกระจก
เข้ามาในบ้านคุณเรียบร้อยแล้ว ม่านแค่กันแสงแสบตา แต่ความร้อนยังคงแผ่กระจายอยู่หลังม่าน!
คำถามที่พบบ่อยเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทวันน์สยาม
เพราะฟาซาดทำหน้าที่เหมือน "ผิวหนัง" ของสิ่งมีชีวิต ที่คอยปกป้องร่างกายจากสภาพแวดล้อม บทความของเราอธิบายว่าฟาซาดที่ดีต้อง "หายใจได้" (ระบายอากาศ) "กันร้อนได้" (กรองแสง UV) และ "สวยงาม" เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย นี่คือหัวใจของการออกแบบ Smart Skin
จริงครับ ในบทความเทคนิคเราอธิบายถึงหลักการ Air Gap หรือช่องว่างอากาศระหว่างฟาซาดกับผนังอาคาร ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนธรรมชาติ ช่วยลดอุณหภูมิผิวผนังอาคารได้จริง ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักน้อยลงและประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว
บทความของเราชี้ให้เห็นว่า ฟาซาดคือ "ความประทับใจแรกพบ" (First Impression) สำหรับธุรกิจคลินิก ความสะอาด ความทันสมัย และความเป็นส่วนตัวที่สื่อออกมาผ่านฟาซาด ช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือ (Trust) ให้กับลูกค้าตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าร้าน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการอย่างมาก
เราแนะนำให้เลือกวัสดุตามบริบท แต่เน้นย้ำเรื่อง "วัสดุที่ไม่เป็นสนิมและดูแลรักษาง่าย" เช่น อลูมิเนียม หรือตะแกรงเหล็กฉีกทำสี Powder Coat เกรดภายนอก เพราะเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่อยู่ได้ยาวนาน คุ้มค่ากว่าการใช้วัสดุราคาถูกแต่ต้องซ่อมแซมบ่อยๆ